ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 06/03/2551
ปรับปรุงเวบเมื่อ 25/09/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 1406
3100930352524


บริการของร้านค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (1406)
 เครื่องรางรัก
 เครื่องรางคู่รักเชื่อฟัง อุปถัมป์
 เครื่องรางเรียกคนรักกลับมา
 เครื่องราง มูเตลู
 เครื่องรางกำจัดมือที่สาม
 เครื่องรางให้คนชอบ
 พระปิดตา
 ในหลวงและราชวงศ์
 เครื่องรางโชคลาภการพนัน
 น้ำมันเสน่ห์,สีผึ้ง
 หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน
 เครื่องรางป้องกันภัย กันแก้คุณไสย
 เครื่องรางมหาเสน่ห์
 เครื่องรางเพศที่สาม
 เครื่องรางเก่าหายากในตำนาน
 พิพิธภัณฑ์เครื่องราง
 Accessories กรอบ สร้อย ปลอกตะกรุด
 เครื่องรางจีบหนุ่ม/สาว
 เครื่องรางมหาเสน่ห์กินตับ
 เครื่องรางสำหรับศิลปิน ดารา นางแบบ
 เครื่องรางค้าขาย ดึงดูดเงินทอง
 เครื่องรางเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง
 พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์
 หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
 เครื่องรางเพิ่มพลังปัญญา
 กุมารทอง-พรายกระซิบ คู่บารมีของท่าน
 เครื่องรางเพิ่มเสน่ห์สำหรับผู้หญิง
 สายอาจารย์เปล่ง บุญยืน
 เกจิสายกรรมฐาน



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ








รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ >> ปู่ฤาษีนารายณ์ เนื้อนวฤทธิ์ ก้นอุดผง พรหมปัญโญ รุ่นนั่งรวย

ปู่ฤาษีนารายณ์ เนื้อนวฤทธิ์ ก้นอุดผง พรหมปัญโญ รุ่นนั่งรวย - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
ปู่ฤาษีนารายณ์ เนื้อนวฤทธิ์ ก้นอุดผง พรหมปัญโญ รุ่นนั่งรวย








  Tell a Friend
ปู่ฤาษีนารายณ์ เนื้อนวฤทธิ์ ก้นอุดผง พรหมปัญโญ รุ่นนั่งรวย - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

ปู่ฤาษีนารายณ์ เนื้อนวฤทธิ์ ก้นอุดผง พรหมปัญโญ รุ่นนั่งรวย - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

ปู่ฤาษีนารายณ์ เนื้อนวฤทธิ์ ก้นอุดผง พรหมปัญโญ รุ่นนั่งรวย

รหัสสินค้า: 001491
บูููชาแล้ว
รายละเอียด:

ฤาษีนารายณ์ หลวงปู่หงษ์ รุ่น "นั่งรวย" เนื้อนวฤทธิ์ ขนาด 1.5 ซ.ม. บรรจุผงพระธาตุฤาษี พิธีพุธาภิเษก อธิษฐานจิต 1 ไตรมาส ปี 2546 วัตถุมงคล รุ่น "นั่งรวย" จัดสร้างขึ้นเพื่อสมทบทุนสร้างศาลาพรหมคุณ อันเป็นที่พักจำวัด สวดมนต์เจริญภาวนาของหลวงปู่ ได้ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา เห็นสมควรบรูณะสร้างให้มั่นคงถาวรสืบไป ส่วนที่เหลือซื้อที่ปลูกป่า ขุดสระเพิ่มเพื่อนำความชุ่มชื้น ความอุดมสมบูรณ์กลับคืนสู่ธรรมชาติสืบไป จึงประสิทธิ์สร้างสิ่งที่เป็นคุณค่าแก่ลูกหลานประสบการณ์ของฤาษี ของหลวงปู่มีหลายอย่าง วันแรกๆที่แขวน ที่บ้านเห็นคนแก่นั่งสูบบุหรี่ในบ้าน

ประสบการณ์ นอกจากโชคลาภ มีคราวหนึ่งได้แขวนฤาษีของท่าน ไปงานวันเกิดเพื่อน ผมมากับรุ่นน้องผู้หญิง คนนี้คือไม่ได้คิดอะไร แต่เป็นคนสวยมากๆ เด่นมากในที่ทำงาน ปรากฎว่าพอเลิกงานเลี้ยง น้องเค้าชวนไปนอนที่ รร แล้วก็...... ทางโลกีย์วิสัย แต่ขอสารภาพว่า มีการดื่มแล้ว ดันไปขอเรื่องแบบนี้ แล้วได้ตามที่ขอ ผมใช้วัตถุมงคลมาทุกชนิดแต่ฤาษีของท่าน แรงจริงๆ ยิ่งกว่าขุนแผน หรือ อะไรทั้งสิ้น ขอรับรองว่าที่พิมพ์คือเรื่องจริง ฤาษีของท่านใช้ได้ทุกทาง ปล.ที่พกฤาษี เพราะวันนั้นผมยังดื่มไม่กล้าพกพระเครื่องท่านไปครับ กลัวเสื่อม

 

เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อ พฤษภาคมปี2554

เลี่ยมเงินอย่างดี

ใต้ฐานตอกโค็ต นะเมติ

รับประกันความแท้

 

ส่วนหนึ่งของความความทรงจำเกี่ยวกับองค์ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ที่ผมรู้จัก

 

(เนื้อหานี้คัดลอกมาจากเวปคนรักมีด)

 

ส่วนหนึ่งของความความทรงจำเกี่ยวกับองค์ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ที่ผมรู้จัก

และได้มีส่วนรู้เห็นเป็นแง่มุมหนึ่งของลูกศิษย์คนึงที่จะเล่าถึงครูบาอาจารย์ที่เป็นที่เครพรักยิ่ง

 

เมื่อ 7 8 ปีที่แล้วผมเองยังชอบที่จะไปหาพระอาจารย์ดัง ๆ ตามวัดต่าง ๆ ก็พอดีได้อ่านประวัติท่านหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญจากหนังสือต่าง ๆ ก็รู้สึกว่าชอบจริยาวัตรของท่าน ก็พอมีโอกาศก็ได้มากราบท่าน ยิ่งรู้สึกชอบอุปนิสัยท่านจนมากราบท่านบ่อยครั้งขึ้น บางครั้งที่ผมได้มีโอกาศไปกราบหลวงปู่ฯท่าน และถือโอกาศพักค้างที่สุสานทีละหลาย ๆวัน

 

ยิ่งได้รู้มากเห็นมาก ยิ่งเครพ ยิ่งศัทธา มากขึ้นทุกที เคยได้ยินผู้ใหญ่พูดว่าถ้าจะดูว่าพระองค์นั้นดีมั๊ยให้ดูว่าชาวบ้าน ละแวกวัดมีความเครพนับถือพระองค์นั้นเพียงใด แต่กับหลวงปู่ฯท่านทุกเย็น ชาวบ้านจะพากันมากราบท่านโดยที่มีกรวยดอกไม้เข้ามากราบท่านทุกวัน พวกเด็กๆก็เหมือนกันจะพากันมารออยู่ข้างหลังผู้ใหญ่ พอผู้ใหญ่กราบเสร็จ พวกเด็ก ๆ ก็จะเข้าไปกราบต่อ

 

ตอนนี้หลวงปู่ท่านจะแจกขนมที่ท่านซื้อเอาไว้ให้เด็ก ๆ ทีละคน ๆ ถบางครั้งเป็นนมขวด ท่านก็จะเอาหลอดเจาะให้เด็กทีละขวด ทีละคน ๆ ไปอย่างนี้ทุกคน บางทีแม่ลูกอ่อนลูกไม่สบายก็อุ้มลูกมาหาหลวงปู่ฯ ๆ ท่านก็รับเด็กจากมือแม่ลูกอ่อน มาอุ้มแล้วก็เป่าแล้วก็เป่าให้ทั่วตัว ท่านเป่าเหมือนกับจะให้เด็กน้อยหายไข้เดี๋ยวนั้น และภาพเหล่านี้เป็นเรื่องปกติเป็นอย่างนี้มาเนิ่นนาน พอกราบหลวงปู่กันแล้วชาวบ้านก็จะพากันไปนั่งเล่น นอนเล่นที่ ศาลาเล็ก ๆ ตรงปากทางเข้าสุสาน(ย้ำ...ว่าสุสานที่แปลว่าป่าช้าครับ) เหมือนกับเป็นศาลาปรชาคม ประจำหมู่บ้านก็นั่งคุย นอนคุยจนมืดค่ำก็จะได้แยกย้ายกันกลับบ้าน เป็นอย่างนี้ทุกวัน

 

เราซึ่งเป็นคนได้รู้ได้เห็นก้ไม่รู้ว่าจะบรรยายควารู้สึกและความทรงจำเหล่านี้อย่างไรดี อาจจจะเรียกได้ว่ารู้สึกประทับใจก็ได้ และก็รู้สึกสนิทใจและสบายใจเวลาที่อยู่กับหลวงปู่ฯท่าน ด้วยว่าเพราะเรารู้ในใจแล้วว่าเราเจอครูบาอาจารย์ของเราแล้ว

 

เมื่อก่อนเราแขวนพระ 5-7-9 องค์ องค์ละหลวงพ่อ ๆ อย่างเหรียญพระชินสีห์ ธรรมศาสตร์ 60 ปี เนื้อเงิน เหรียญท่านอ.วัน อุตตโม สำนักทรัพย์สิน เนื้อนวะฯ เหรียญหลวงปู่ชอบ ที่หล่อจากฝาบาตรท่าน ล็อคเก็ตหลวงตามหาบัว รุ่นแรก ทรงกลม สีฟ้า ถ่ายแค่หัวไหล่ หลังมีเกษาท่าน ลุงชาญณรงค์ที่เป็นคนถือบาตรหลวงตาฯเลามาที่สวนแสงธรรมให้มา เหรียญ รูปหล่อ รุ่นแรก เนื้อเงิน หลวงปู่เจี๊ยะ อาจารย์เรา ฯลฯ อีกมากมายทั้งของเราและของพ่อเรา

 

แต่พอมาเจอหลวงปู่เหมือนกับเราเจอ อาจารย์ของเราแล้วท่านจะขลังยังไง ขนาดไหนไม่ทราบได้ในตอนนั้น แต่ข้อวัตรปฏิบัติของท่าน มั่นทำให้เราอบอุ่นเย็นใจ ใจเราถึงเครพศัทธาท่านสนิทแน่บแน่น เราก็เต็มใจที่จะแขวนพระท่านเพียงองค์เดียว หรือไม่ก็จะขาดไม่ได้ต้องมีในคอเสมอ

 

หลวงปู่ ฯ ท่านชอบซื้อชีวิตสัตว์มาปล่อย ชอบขุดบ่อน้ำ ฝายก้นน้ำ ซื้อที่ขยายป่า ใครจับงูมาได้จะงูอะไรก็เอามาขายหลวงปู่ฯ ท่าน ๆ ก็ซื้อ ถ้าใครเคยไปสุสานจะเห็นกองหินที่เรียงรายเป็นตั้งสูงนั่นคือที่อยู่ของงู ตะขาบ แมงป่อง ฯลฯ ที่ท่านซื้อมาปล่อย โดยที่ก่อนปล่อยท่านจะเป่าก่อน ท่านว่าเป่าให้คนมองเขาไม่เห็นและเขาก็ไม่กัดคน

 

ลูกศิษย์หลวงปู่ฯ(งู ะขาบ แมงป่อง) จึงไม่เคยกัดใครแม้แต่คนเดียว บางครั้งพวกขายปลาช่อน ปลาดุก จากตัวจังหวัด ขายไม่หมดก็เอามาขายหลวงปู่ ฯ ท่าน ๆ ก็ซื้อเอามาปล่อย ที่ละ 2-3หมื่นบาท(ผมยังเคยชั่งปลาและคิดเงินให้ท่าน)

 

มีเรื่องแปลกที่ผมได้พบอยู่เรื่องนึง คืนนั้นผทนอนเฝ้าท่านตามปกติ ก็นั่งคุยกับท่านสักพัก ก็มีศิษย์ร่วมสำนัก(แมงป่อง)ตัวใหญ่มาก กำลังมุ่งตรงเข้ามาทางเรา(ผมกับหลวงปู่ฯ) พอหลวงปู่ ฯ ท่านเห็นท่านก็พูดเปรย ๆขึ้นว่า

 

นั่นเขามาลาหลวงปู่

 

ครับ..เขามาลาหลวงปู่ ฯ แต่ถ้าเขาเข้ามาใกล้กว่านี้ผมก็จะลาอีกคน จึงกราบ ๆ ท่านแล้วก็เอาที่โกยผงมาช่วยพาเพื่อนออกไปอยู่ข้างนอก คืนนั้นนอนผวาทั้งคืน ตื่นเช้ามา ตี 3 หลวงปู่ตื่น เราก็ตื่น ล้างหน้าแปรงฟัน จัดการเรื่องของท่านเรียบร้อย พอเช้าฟ้าสางก็กวาดสุสาน พอกวาดไป ๆ ก็ไปเจอเพื่อนคนเมื่อคืนที่มาลาหลวงปู่นอนหางตก ตายสนิทเรียบร้อย เราก็มานึก

 

เออ..เขามาลาหลวงปู่ฯ จริงอย่างท่านว่า

 

ชาวบ้านเล่าว่าเมื่อก่อนตอนหลวงปู่ยังไม่ดัง ท่านได้รับกิจนิมนต์ทีนึงท่านก็จะซื้อพวกขนมถุงเล็ก แขวนตามซี่กรงข้างกะบะรถมาเพื่อเอาไว้มาเเจกเด็ก ๆ(เมื่อก่อนหลวงปู่นั่งรถกะบะ และท่านไม่นั่งหรือนอนบนเบาะที่นุ่ม ๆ) เพราะที่พื้นกะบะรถมีที่พอให้หลวงปู่กับลูกศิษย์นั่งเท่านั้น ขนมที่ซ้อมานั้นถ้าคนไม่ทราบอาจจะนึกว่าเป็นรถขายของเร่ได้ 

 

เด็ก ๆ ลูชาวบ้านใครไม่มีเงินเรียน ก็มาขอเงินหลวงปู่ ฯ ท่าน ๆ ก็ให้ไม่เคยขัด บางคนมาขอเป็นแสนบอกส่งลูกไปเรียนกรุงเทพ ท่านก็ให้(เรื่องจริงผมอยู่ตอนหลวงปู่ส่งเงินให้เขา) ท่านมีเมตตามากจริง ๆ แม้แต่ทุกวันนี้ ก็เมื่อ 14 พ.ค. 51 ที่ผ่านมาก็ได้ไปกราบหลวงปู่ ฯ และค้างคืนที่สุสาน ก็มีผู้หญิงวัยกลางคน ๆ นึงได้อุ้มเด็กน้อยเข้ามา พอหลวงปู่ ฯ ท่านทักและคุยสักพักท่านก็เอาเงินยื่นใน 1000 บาท พอหญิงคนนั้นไปโยมก็ถามหลวงปู่ ฯ ว่าเขาขอเงินหลวงปู่ ฯ ไปทำอะไร หลวงปู่ ฯ ท่านก็ตอบว่าเด็กคนนี้พ่อแม่เขาเลิกกัน ทิ้งไว้ใหญาติเลี้ยงญาติก็ยากจนไม่มีเงินซื้อนมให้เด็กมาหาหลวงปู่ ฯ เมื่อไหร่ ท่านก็จะให้เงินอย่างนี้ทุกครั้ง หลวงปู่ ฯท่านเป็นอย่างนี้เสมอมา ยิ่งได้รู้ได้เห็น ยิ่งรัก ยิ่งศัทธา

 

บางเรื่องที่เล่ามาแล้วหรือกำลังจะเล่าต่อไปจากนี้หลาย ๆเรื่อง อาจจะเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยากสำหรับบางท่าน ผมเข้าใจเพราะผมเองก็เป็นคนหัวดื้อที่เชื่ออะไร ๆ ยากที่สุดคนนึงเหมือนกัน แต่ผมยืนยันว่าทุกเรื่องที่เล่ามา เป็นเรื่องที่ผมเห็นมากับตา เจอมากับตัว หรือไม่คนใกล้ชิดได้ประสพพบมาทั้งสิ้นครับ

 

ตะกรุดหลวงปู่นั้นมีหลายแบบด้วยกัน ที่สำคัญที่สุดคือ ตะกรุด 3 ดอก นอกนั้นเป็นตะกรุดโทน และที่แพร่หลายคือ ตะกรุด12 ดอก ซึ่งมีประสพการณ์มากมายที่สุด เรื่องตะกรุดนี้โป๋ยหลานหลวงปู่เพื่อนของผมเล่าให้ฟัง โป๋ยนี่เป็นหลานที่หลวงปู่ท่านเมตตามากคนนึงเคยบวชกับท่านและท่านเคยเอ่ยปาก ว่าถ้าบวชครบ 2 ปี จะให้วิชาที่มีทั้งหมด แต่แกคงบุญไม่ถึง เพราะบวชได้ 1 ปี กับอีก364วันมั๊งถ้าจำไม่ผิดเลยอดได้วิชา 

 

โป๋ย(และอีกผู้อยู่ในเหตุการณ์หลาย ๆ คน)เล่าให้ฟังว่า วันนึงตอนเย็นซึ่งเป็นเวลาที่ชาวบ้านจะมานั่งชุมนุมกันที่ศาลาหน้าสุสาน หลังจากกราบหลวงปู่เสร็จ หมู่นั้นเขากำลังคุยกันอยู่ดี ๆ ก็มีมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าสุสาน บนรถมีคนซ้อนท้ายมาด้วย พอรถจอดคนที่ซ้อนท้ายก็ลงมาจากรถ ชักปืนออกมาเล็งยิงไปที่ลุงสุเมือย(ขออภัยที่เอ่ยชื่อจะได้ไปถามถูกคน ว่าเวลาโดนยิงรู้สึกยังไง) โป๋ยซึ่งตอนนั้นบวชอยู่ก็อยู่ที่ตรงนั้นด้วยเล่าว่า

 

พี่พอผมเห็นเขาชักปืนออกมาผมก็วิ่งแล้ว ได้ยินแต่เสียงปืน

 

สรุปว่าต่างคนต่างวิ่งไปกันคนละทางทิ้งลุงเมือยไว้อยู่ที่นั่น มือปืนก็ยิง ๆๆๆ จนหมดกระสุน แล้วก็หนีไป พอทุกคนกลับมานึกว่า...ซะแล้ว แต่ลุงเมือยก็ไม่เป็นอะไร ลุงแกเล่าว่าตอนที่มือปืนนั่นยิง ลูกปืนที่มันออกจากปากกระบอกปืนพอใกล้จะถึงตัวแก มันแตกเป็นลูกไฟกระจายหายไปหมดทุกนัด ก้พากันไปแจ้งความ ตำรวจมาที่เกิดเหตุเก็บหลักฐาน ก็เจอเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นคือ วิถีกระสุน 

 

ในที่เกิดเหตุมีรถมอเตอร์ไซค์แบบผู้ชายจอดอยู่ที่ตรงศาลาด้วย โดยที่หัวรถหันเข้ามาทางด้านศาลา ซึ่งรถผู้ชายจะมีกระจกบังหน้าเกท์รถด้วย ซึ่งปรกฏว่ามีรอยกระสุนปืน แต่เป็นรอยที่กระสุนทะลุไปทางด้านหลังรถ ซึ่งที่จริงกระสุนหน้าจะทะลุไปทางด้านหน้ารถเพราะคนยิง ๆจากทางด้านท้ายรถ นับว่าเป็นเรื่องแปลกมาก

 

ซึ่งตอนนี้ผมถึงค่อย ๆ เชื่อมั่นในองค์หลวงปู่ท่านมากขึ้นทีละอย่าง ๆ เพราะท่านเคยบอกว่ามีคาถา กันและคาถาสะท้อนกลับ ที่เอาไว้ใช้กันและสะท้อนกลับคุณไสย์ และอาวุธได้ หลวงปู่ฯท่านว่าถ้าเขายิงมากระสุนจะกลับไปถูกคนยิง ตอนนั้นผมยังถือกาลามสูตรอยู่ ก็ได้แต่ฟังไว้เฉย ๆ จนมาทราบเรื่องนี้ถึงเชื่อท่านสนิทใจครับ

 

เรื่องนี้ไปถามคนที่ต.ทุ่งมนได้ครับว่าจริงหรือไม่ หรือจะไปถามลุงสุเมือนเองก็ได้ครับอาจจะได้รายละเอียดที่ถูกต้องชัดเจนกว่านี้ครับ

 

หลวงปู่ท่านไม่สอนธรรมอะไรมากมาย แต่ทุกคำที่สอนผมว่าดีกว่าคำเทศนายาว ๆ แต่จับหลักใจความไม่ได้มากนัก อย่างท่านทราบว่าพ่อผมเสียไปแล้ว คืนนึงก่อนนอนท่านก็พูดกับผมว่า

 

ให้รักแม่ รักครูบาอาจารย์ และรักตัวเอง แล้วจะเจริญ

 

ผมมาคิดดู เออ ไม่เคยมีใครสอนเราอย่างนี้ พระอริยาจารย์ของเราหลายรูป สอนเราภาวนาล้วนแต่ลึกซึ้งและ รู้ได้ยากเป็นไปได้โดยยาก แต่หลวงปู่ ฯ ท่านบอกอย่างนี้เป็นเรื่องจริง ตั้งแต่เกิดมาไม่มีใครสอนเรา เราก็ไม่เคยคิด แปลกแต่จริง ตั้งแต่นั้นทำตามที่ท่านบอก ชีวิตถึงจะลุ่ม ๆดอน ๆ แต่ก็เจริญก้าวหน้าในอาชีพมาโดยลำดับ

 

และ 

 

ใจเราก็เหมือนบ้าน มีจิตเป็นเจ้าของ ถ้าเราไม่ทำความสะอาดวันนึงก็สกปรกมากขึ้นวันนึง ต้องทำความสะอาดทุกวัน

 

และ 

 

ใครจะทำอะไรเรา หนีอย่างเดียวชนะทั้งโลก

 

อันนี้เมื่อก่อนไม่เข้าใจแต่เดี๋ยวนี้เข้าใจแล้วครับ และก็ใช้เป็นประจำ

 

คำสอนท่านเหมือนมีดสั้น ที่แทงทีเดียวทะลุถึงหัวใจเลย ถึงไม่วิจิตรพิศดารแต่ก็ มากด้วยคุณค่าสมควรที่จะเอามปฏิบัติทุกประการ

 

และก็

 

ถ้าเรารักครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์ก็รักเรา

 

ครับผมนึกถึงคำพูดนี้เสมอครับ ขอกราบหลวงปู่ ฯ ก่อนนอนที่ตรงนี้ด้วยครับ

 

เคยสร้างพระกริ่งของหลวงปู่กับ คุณ วีรพงษ์ แซ่เตี้ย อยู่รุ่นนึงมีพระอะไรเท่าไหร่ทุ่มใส่ลงไปเป็นชนวนหมด (ประมาณ 200 องค์ และเป็นเนื้อเงินเสียส่วนมาก) และได้ทองแดงที่ดาดเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ชนวนรูปหล่อครูบาบุญปั๋น วัดร้องขุ้ม ชนวนพระกริ่งไจยเบงชร ครูบาอิน แผ่นทองแดงกะไหล่ทองที่ดาดองค์ พระธาตุหริกุญไชย ฯลฯ อีกมากมาย

 

หล่อเป็นเนื้อชนวนล้วน ๆ ได้กี่สิบองค์จำไม่ได้ แต่หล่เป็นเนื้อทองผสมน่าจะ ราว 1000 องค์ ตอนนี้เนื้อชนวนเหลือองค์เดียวห้อยคออยู่องค์นี้หลวงปู่เสกมานับครั้งไม่ถ้วน หลวงพ่ออุตตมะเสกน่าจะ 2-3 ครั้ง เนื้อทองผสมที่มีอยู่ 100กว่าองค์ ก็ถายหลวงปู่ไปแจกพวกเจ้าสีหณุที่พนมเปญหมดแล้ว เหลืออยู่ 6 องค์ อยู่กับแม่ 1 องค์ 

 

องค์ที่อยู่กับแม่นี้ แม่เคยเอาทำน้ำมนต์เพราะ วันนั้นเราได้โทรไปหาแม่ถามสารทุกข์สุก ๆ ดิบ ๆ ตามประสาแม่ลูก แม่ก็บอกว่าปวดฟันมากจะไปหาหมอถอน วันสองวันนี้ปวดจนนอนไม่หลับ เราก็จำได้ว่าเคยให้พระกริ่งแม่ไว้ 1 องค์เลยบอกถ้าเชื่อเดี๋ยว เอาพระกริ่งแช่น้ำ ท่อง นะเมติ และระลึกถึงหลวงปู่ฯ ท่าน แล้วดื่มดู แม่ก็เชื่อทำตาม พอวันรุ่งขึ้นเราโทรไปอีก แม่ก็บอกว่า เมื่อคือ"ฉันทำตามเราบอกพออมน้ำมนต์ปุ๊ป ฟันมันก็หายปวดทั้นที" และต่อมาทราบว่าไม่เคยปวดอีกเลย

 

จนเรากลับไปบ้านและลืมเรื่องนี้ไปแล้ว มาวันนึงแม่อาบน้ำ พออาบเสร็จแม่ ก็ถือเอาฟันซี่นึงมายื่นให้เรา เราก็ว่าถอนหรือ แม่ก็ว่า "ปล่าวแปรงฟันแล้วมันหลุดเอง ซี่นี้แหละที่ปวดแล้วฉันกินน้ำมนต์หลวงปู่"

 

 

เมื่อก่อนนี้เคยได้ยินหลวงปู่ท่านเล่าเรื่องทีท่านพาเจ้าสีหณุและพวกหนีพวกเขมรแดง(มั๊ง) ออกมาจาก เขาพนมมาลัย ประเทศเขมร และในประวัติที่คนอื่นเอาไปเขียนไว้ก็มีอยู่ แต่เราลูกศิษย์หัวดื้อของท่านก็ยังถือกาลามสูตรไว้อย่างเหนียวแน่นเช่นเคย

 

จนเมื่อประมาณปี 2545 ได้มีข้าราชการชั้นสูงของเขมรมาทำพิธีอะไรสักอย่างกับหลวงปู่ฯ ท่าน พอกลับไปก็ไปทูล พระญาติของเจ้าสีหณุ พระญาติพระองค์นั้นก็เสด็จมาทำพิธีบ้าง พอหลวงปู่ฯท่นทราบว่า เจ้าพระองค์นี้เป็นพระญาติของเจ้าสีหณุ หลวงปู่ ฯ ท่านก็ บอกว่า

 

บอกเจ้าสีหณุด้วยว่าพระครูพนมมาลัยยังไม่ตาย

 

เจ้าพระองค์นั้นก็นำความไปกราบบังคมทูลเจ้าสีหณุ ๆ ท่านก็เลยนิมนต์หลวงปู่ไปที่พระราชวังที่กรุงพนมเปญ หลายต่อหลายครั้งนับจากนั้นมาซึ่งผมยังเคยเห็นรูปถ่ายตอนหลวงปู่ฯ ท่านไปที่นั่นด้วย ปลื้ม....ครับ

 

ที่มาที่ไปเรื่องมันมีอยู่ว่า

 

เมื่อตอนที่เขมรเกิดสงครามกลางเมือง เจ้าสีหณุและกองทหาร ได้พากันไปหลบที่ภูเขา พนมมาลัย แล้วโดนทหารฝ่ายตรงข้ามตีกรอบล้อมจะบุกขึ้นมาจากตีนเขา บุญยังรักษาหลวงปู่ซึ่งตอนนั้นท่านยังธุดงค์อยู่ ได้ผ่านไปธุดงค์ที่เขาลูกนั้นพอดี พอหลวงปู่ฯท่านทราบเรื่อง ท่านก็ทูลเจ้าสีหณุว่าไม่เป็นไร จะพาเจ้าสีหณุและกองทหารของท่านฝ่าทหารที่ล้อมเขาหมู่นั้นไปเอง

 

เจ้าสีหณุก็ว่า(ราชาศัพย์มั่ง ชาวนาศัพย์บ้างคงไม่ว่ากันนะครับ) ถ้าหลวงปู่ฯท่านพาท่านและทหารฝ่าวงล้อมศัตรูออกไปได้จริง จะตกรางวัลบำเน็จเป็นแผ่นดิน ที่พระองค์ถือครองให้ครึ่งนึง แต่หลวงปู่ท่านก็บอกปฏิเสธไป ท่านว่าท่านเป็นพระไม่ทราบจะเอาแผ่นดินไปทำอะไร แล้วท่านก็บอกเจ้าสีหณุว่า ให้เจ้าสีหณุ จับชายจีวรท่านไว้ แล้วให้ทหารทุก ๆ คนแต่ละคนก็จับชายเสื้อเจ้าสีหณุและจับต่อ ๆ กันไปเรียงไปจนครบทุกคน 

 

แล้วท่านก็พาเจ้าสีหณุและพวกเดินลัดเลาะผ่านกองกำลังทหารข้าศึกหมู่นั้นไปได้อย่างปลอดภัยทุกคน (ความจบเท่านี้ก่อน เพราะได้รับทราบเรื่องมาถึงเท่านี้ อยากทราบมากกว่านี้ไป เรียนถามองค์หลวงปู่ฯท่านเองนะคร้าบ)

 

นี่เป็นอีกเรื่องนึงในการกำบังกายของหลวงปู่ท่าน ท่านกล่าวเสมอว่าพระท่าน อย่าทำองค์ใหญ่เวลามีภัยจะได้อมเข้าปากได้ ท่อง นะเมติ ๆ แล้วครูบาอาจารย์จะมากำบังให้ศัตรูมองไม่เห็น ได้ฟังก็(กาลามสูตร) พอมีหลักฐานพยานให้เห็นอย่างนี้เลยเชื่อท่านมากขึ้นไปอีกขั้นนึง

 

หลวงปู่ท่านไหว้ครูลงกระหม่อมปีละ ครั้ง (น่าจะ ขึ้น15ค่ำเดือน4) และเข้าพรรษา และก็ออกพรรษา รวม 3 ครั้ง ทุกครั้งจะมีชาวเขมรเดินทางมาร่วมพิธีด้วยทุกครั้ง บ้างก็เดินมาก็มี หลายคนมาทุกครั้ง หลายคนมาทุกปี เพราะศัทธาท่านตั้งแต่ท่านยังธุดงค์อยู่ในเขมร เมื่อครั้ง 30 กว่าปีก่อน และยังเล่าว่า ลูกปืนเท่าปลายนิ้วนะเรื่องเล็ก สมัยหลวงปู่ฯท่นอยู่เขมร ลูกปืนลูกเท่าศอก(เขาเรียกปืนคอมั้ง) ยังทำอะไรพวกลูกศิษย์ไม่ได้เลย เราก็ หา....

 

บางท่านก็เป็นพระสงฆ์ พอเราเข้าไปคุยด้วยคุยไปคุยมาก็พูดอยู่ประโยคนึงเราจำไม่รู้ลืมเลยท่านว่า

 

หลวงปู่หงษ์ น่ะท่านเป็นพระในตำนานของประเทศเขมร 

 

เราก็ หา.........อีก

 

และความศัทธาเหล่านี้แม้ทุกวันนี้ก็ยังคงอยู่ยังไม่จางหายไป แม้แต่เมื่อครั้ง ปี 2545 ที่หลวงปู่ท่านกลับไปเหยียบแผ่นดินเขมรอีกครั้ง ชนชาวเขมรตามชายแดนยังมารอรับท่านเป็น หมื่น ๆ คน บางคนเป็นลูกศิษย์ท่านตั้งแต่เมื่อครั้ง 30 กว่าปีที่แล้วนู้นก็มีมาก 

 

ด้วยเหตุและผลหลาย ๆ ประการที่กล่าวมานี้นั้นและอีกหลายเรื่องราวที่กล่าวต่อ ๆ ไป จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึง รักและเครพครูบาอาจารย์ของเราองค์นี้มากมายเหลือเกิน

 

 

มีพระชุดนึงที่หลวงพ่ออุตตมะกับหลวงปู่หงษ์ ท่านเสกร่วมกัน เป็นรูปพระแก้วมรกต หลัง นะเมติ ล้อมด้วยสายประคำ และรูปพระตรีมูรติ หลังฤาษี 3 องค์ ตอนที่เสกนั้นคนสร้างเขาเอาไปขอให้หลวงพ่ออุตตมะเสก ที่พุทธมณฑล สาย 3 เขาเรียนท่านว่าเป็นพระของหลวงปู่หงษ์ จะทำถวายหลวงปู่กับหลวงพ่อ หลวงพ่ออุตตมะ ท่านก็ว่า เอามาเลย 

 

พอเอาพระตั้งปั๊ปท่านก็สั่งให้ไปเอาเทียนจากหน้าหิ้งพระในสำนักมาจุดเทียน ท่านก็สวดไปเสกไปประมาณ 1ชั่วโมง พอดีพระมาทำวัตรกัน หลวงพ่อท่านก็ว่า 

 

เฮ้ย ๆ มาช่วยกันสวดช่วยกันก่อน

 

พระท่านก็มาช่วยกันสวดมนต์ น่าจะธรรมจักรฯ พอเสร็จพิธีหลวงพ่อพรหมน้ำมนต์ก้ขนพระกลับ ไปให้หลวงปู่หงษ์เสกต่อ พระแก้วมรกตเสกที่สุสาน ส่วน ฤษี กับพระอื่น ๆ ขนขึ้นไปเสกันที่เขาพนมรุ้ง พิธีของวัดทุ่งเศรษฐี มีหลวงพ่อฤทธิ์ หลวงปู่หงษ์ หลวงพ่อเณร และอีกหลายองค์ หลวงปู่ท่านเสก อยู่นานมาก ประมาณ 4 ช.ม. พอเสร็จหลวงพ่อเณรก็ถามหลวงพ่อฤทธิ์ว่าพิธีดีมั๊ย เป็นยังไงบ้าง หลวงพ่ฤทธิ์ ท่านก็ให้ไปถามหลวงปู่หงษ์ นู่น 

 

หลวงปู่ท่านก็ว่า ดีม๊าก..มาก..พระอิศวรสูง 88 ศอกมาเป็นประธานครูบาอาจารย์มากันมาก ฤษี มากันมากกว่า 108 องค์ คนสร้างเขาได้จังหวะเพราะมีพระรูป ฤษี 3 องค์ ที่ทำถวายหลวงพ่ออุตตมะ กับหลวงปู่ ไปเข้าพิธีด้วย ก็เลยถามว่ามีองค์ไหนที่หลวงปู่ไม่รู้จักบ้างมั๊ยครับครับ

 

ท่านก็ว่า มี มีอยู่บางองค์หลวงปู่ไม่รู้จัก

 

คนสร้างก็คิดเอาเองว่า น่าจะเป็ฯฤษีครูของ หลวงพ่ออุตตมะ ก็เก็บคำถามไว้ พอมาถึง กทม. ก็ตรงไปสำนัก หลวงพ่ออุตตมะ เอาพระแก้ว กับ ฤษี ไปถวายท่านทันที่ ก็ไปบอกท่านว่าหลวงพ่อครับ พระเสกเสร็จแล้วท่านก็ลุงขึ้นนั่งทันที ถามว่า ไหน ก็เปิดกล่องให้ท่านดี แล้วบอกว่าถวายท่าน ท่านยังถามว่าถวายหมดเลยหรือ คนสร้างก็ตอบว่าครับ 

 

แล้วก็ตั้งปุจฉาทันทีว่า 

 

หลวงพ่อครับพระ ฤษี เอาไปเสกพนมรุ้ง หลวงปู่หงษ์ ท่านว่า ฤษี มากันมาก และมีบางองค์ท่านไม่รู้จักครู ฤษีสามองค์ ได้ไปร่วมพิธีหรือไม่ครับ

 

ท่านก็นั่งเข้าที่ภาวนาสักอึดใจ และก็บอกว่า

 

ไป

 

คนสร้างเขาว่าปลื้มใจที่สุดครับ ทราบว่าตอนหลวงพ่อท่านมรณะภาพ พระทั้งสองรุ่นนี้ก็หมดไปจากสำนักพร้อม พระอื่น ๆ ของท่านด้วยเช่นกันครับ

 

ป.ล.สายประคำ 56 เส้น ก็มาจากพิธีนี้ครับ

 

และเมื่อต้นปีได้คัดเอาพระแก้วฯ องค์ที่สวยและพอสวยไปถวาย หลวงพ่อหอม หลานแท้ๆ และลูกศิษย์ก้นกุฏิ ของหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งท่านจำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์หลวงพ่ออุตตมะ ส่วนองค์ที่ไม่สวยและชำรุดได้เก็บเอาไว้ทำมวลสารพระรุ่นต่อๆ ไป

 

เพื่อน้อมถวายเป็นกุศลแด่หลวงพ่ออุตตมะฯ ซึ่งองค์ท่านได้ไปสู่เเดนอันเกษมแล้ว และถวายแด่หลวงปู่หงษ์ฯ องค์ซึ่งยังอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรใหญ่ให้ศิษย์พึ่งพิงอยู่ให้บุญนี้แม้น้อยนิดแต่ก็ขอให้ได้มีส่วนค้ำชูให้ท่านอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้ยืนยาวต่อไป

 

จึงอยากจะบอกทุกท่านที่ ศัทธาในองค์ หลวงพ่ออุตตมะ อุตตมะรัมโภ และ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ เเละอยากได้พระเครื่องที่พระคุณเจ้าทั้งสององค์ร่วมกันเสก ให้ทราบเผื่อจะได้ไปทำบุญที่สำนักสงฆ์หลวงพ่ออุตตมะ พุทธมณฑล สาย2 ทางเข้าเดียวกับโรงเรียนเทคโยโลยีปิ่นมณฑล ครับ ช่วยไปทำบุญ เอาบุญต่อบุญด้วยนะครับ 

 

ที่จริงยังมีพระหลวงปู่อีกมากที่คนไม่รู้จัก บางรุ่นมีอภินิหารย์เหลือเชื่อ แต่ไม่มีใครรู้จักก็มีเยอะ อย่างรุ่น วัดราชบูรณะสร้าง เด็กน้อยโดนรถเบนซ์(หนักมาก) ทับแต่ไม่เป็นอะไรเลย พ่อแม่เด็กยังพาเด็กมากราบหลวงปู่ตอนท่านเข้าโรงพยาบาล สมิติเวช ผมก็อยู่ในตอนนั้นด้วย

 

หรือตะกรุด 12 ดอกที่พระที่วัดจารแล้วเอามาขายหลวงปู่ หลวงปู่ท่านเสกแค่ 5 นาที 10 นาที ลุงสุเมือยโดนปืนลูกซองยิงยังไม่โดนเลย(กระสุนออกแต่แตกเป็นลูกไฟก่อนถึงตัวหมด) หรือพระ รุ่นใจรวมใจของครับครัวป๋องสร้างที่เสกพิธีเดียวกับพระฤษี คนที่บูชาโดนแทงด้วยขวดปากฉลามไม่เข้าก็ยังมี หรือแม้แต่สายสินธุ์แค่เส้นเดียวก็ยังทำให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่และคณะผู้มีเกีรติทึ่งในอานุภาพมาแล้ว

 

และยังมีอีกเยอะที่มีคนที่เจตนาบริสุทธิ์และสร้างถวายหลวงปู่ด้วยศัทธา ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิ้น ซึงของหลวงปู่นั้น ถ้าเสกแล้วล้วนแล้วแต่ขลังแท้ และแน่นอนที่สุดทุกสิ่งทุกอันไป แต่ถ้าชิ้นไหนอันใดไม่ได้ให้หลวงปู่ท่านเสก คนสร้างเสกเองล่ะก็ .............ครับ

 

พระโต๊ะหมู่นั้นมี 2เนื้อ คือธรรมดาจะบางๆ เนื้อสีอ่อนหน่อย และพิเศษจะหนาบึ้ก สีเหมือนช็อคโกแลต เนื้อธรมดานั้นเจ้าภาพคนสร้างถวายเขาเอาไว้แจกจ่ายของเขา และถวายหลวงปู่ 

ส่วนพระเนื้อหนาพิเศษนั้นลูกศิษย์หลวงปู่เจ้าของมวลสาร เขาทำไว้ถวายหลวงปู่ ฯ ถวายแล้วก็ให้กรรมการไปจัดการกันเอง คนสร้างไม่ได้เข้าไปยุ่งอีก ที่ทำถวายก็เพื่อไว้ร่วมสร้างปราสาทฯ ไว้บรรจุสรีระหลวงปู่และพระบรมสารีริกธาตุ 

เนื้อพิเศษนี้เท่าที่ผมเห็น จะมีคราบปูนคราบว่าขึ้นเกือบทุกองค์ ผมเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง และพระหลาย ๆพิมพ์นี้เท่าที่ผมส่องกล้องดู ถ้าแสงพอทุกองค์จะมีประการระยิบระยับในเนื้อ จะเห็นมวลสารชัดเจน ทุกองค์ครับ

ป.ล.ต้องขอโทษด้วยครับที่เอารูปจากเว็ปอื่นมาโพส แต่ถ่ายรูปแล้วยังไงก็ไม่ชัดสักนิดเลยจำเป็นต้องอาศัยรูปของเขาครับ

 

 

เมื่อตอนเขาเริ่มสร้างพระชุดแรกของหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ นั้น มีมวลสารหลักคือ กระเบื้องโมเสส และทองคำเปลว จากพระบาทขององค์ หลวงพ่อพระศรีอาริยเมตไตร วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม เขาถึงชอบพูดบ่อย ๆ ว่าพระเขาสร้างมีเลือดเนื้อ(กระเบื้องโมเสส) และสมบัติ(ทองคำเปลวของพระศรีอาริยเมตตไตรผสมอยู่

 

และพลอย 5 สีได้จากเพื่อนที่เป็นพ่อค้าพลอย และหินแม่พระธรณีปัฐวีธาตุ จากแม่น้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน เมืองแม่เมืองเดียวในประเทศไทย มวลสารที่มีอยู่แค่ 2 3 อย่างนี้ (แต่หนักนับ10 ก.ก.) ก็ได้หอบหิ้วลงไป จ.สงขลา ปัตตานี เพราะมีใจศัทธาหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

 

เมื่อไปถึงสงขลาก็ได้เอามวลสารที่ได้มานั้นถวายให้หลวงพ่อพล วัดนาประดู่ เสกเป็นองค์แรก และนำไปอธิฐานที่สถุปหลวงปู่ทวดฯที่วัดช้างไห้ และต่อมาได้ถวายหลวงพ่อสุข วัดมุจจลินวาปี ปัตตานี เสกเป็นองค์ที่สอง และนอนค้างที่วัดนี้ 1 คืน วันต่อมาก็ไปหาดใหญ่ ไปถวายให้หลวงปู่ทอง วัดป่ากอ เสกทานเมตตาเสกให้ 1 คืนเต็ม

 

ในเย็นวันต่อมาก็ไปสทิ้งพระไปสำนักสงค์ต้นเลียบ วันนั้ฝนตกพรำ ๆ ตอนแรกกะว่าจะไปขอด้วงเลียบมาสักหน่อย ก็เลยพอไปถึงก็ไปหาคนดูแลเขาก็ให้ด้วงเลียบ มา 9 องค์(ขอเรียกเป็นองค์) องค์ขนาดเม็ดถั่วเเหลือง เราก็ไม่ว่าไร ก็เดินไปไหว้รอบ ๆ ต้นเลียบ เห็นกิ่งเลียบที่เปียกน้ำฝนหักลงมาเราก็คิดว่า ไม่ได้ด้วงเลียบ ตูเอากิ่งเลียบก็ได้

 

ก็เก็บ ๆ มาได้ 1 กระสอบ และยังเจอเศษไม้อยู่ชิ้นหนึ่ง ขนาดเท่านิ้วก้อยหงิกงอ ก็เก็บมางั้น ก็ไปนั่งพักคุยกับกรรมการวัดสักพัก เขาก็ว่าเออเก็บไปได้เยอะนิ ดีที่ฝนตกกิ่งเลยหักลงมาเยอะ นี่ฝนแรกของปีเลยนะ เราก็ โห.. เราก็คุยสักพัก ก่อนกลับก็ควักเศษไม้ที่เก็บได้มาให้คนดูแลดู แกก็รับไปดู แกก็ โห..........มั่ง นี่ด้วงเลียบตัวใหญ่จริง ๆ ไม่เคยเห็นใหญ่ขนาดนี้ นี่หลวงปู่ท่านให้แล้วนะเก็บไว้ให้ดี เราก็ โห.......อีก 

 

พอเสร็จเรื่องทางนี้ ก็รีบกลับไปวัดป่ากอ ไปถึงจัดข้าวของเสร็จไม่อาบน้ำละ ห้องน้ำวัดอยู่นู่น..... ก็เลยหลับไปเลย พอตอนเช้ารู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พอลืมตาก็รู้ว่าเรานอนตะแคงอยู่ ตาก็มองไปที่พื้นเห็น กระดาษห่อด้วงเลียบที่คนดูแลต้นเลียบให้มาตกอยู่บนพื้น ก็ตกใจรีบลุกขึ้นค้นหาทันที ก็ถามคนที่เดินทางไปด้วยกันว่าตอนตื่น เห็นตาไม้ลักษณะอย่างนี้ ๆ มั๊ย

 

เขาก็บอกไม่เห็นเราก็เสียดายซะ เพราะตอนนั้นคิดว่ามีแค่ 10 องค์ จะเก็บไว้บูชาส่วนกิ่งเลียบจะไว้จ้างร้านยาบดทำพระ ก็นั่งทำใจอยู่พักนึง ก็เก็บที่นอน พอยกหมอนขึ้น ก็เห็นด้วงเลียบ 9 องค์ ที่ไขให้มา และปู่ด้วง มารวมกันอยู่ใต้หมอนเรา ครบทุกองค์ไม่ขาดหายไปสักองค์เดียว (นี่เป็นเหตุผลที่เราเรียกด้วงเลียบเป็นองค์)

 

เราก็เลยเรียกคนที่ไปด้วยกันและพระหลวงตาที่เป็นเจ้าของห้องให้มาดู ก็ตืนเต้นกันใหญ่ หลวงตาท่านก็ใจดี พอรู้ว่าเราจะกลับยังมาส่งที่หาดใหญ่และเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวอีก คนละชาม

 

พอกลับมาถึงกรุงเทพ เอากิ่งเลียบไปตากแดด พอแห้งก็ว่าจะส่งไปร้านยาบด ก็เอามาเรียง ๆ ดู ก็พบว่า ตามกิ่งเลียบมี ตาไม้เลียบ หรือที่เรียกว่าด้วงเลียบอยู่เต็มไปหมด เราก็ โห..... รีบแกะ ๆ เก็บ ๆ ได้ 100 กว่าองค์ สุดยอด แต่ตอนหลังก็เอาไปบดทำพระหมดละ คัดที่ใหญ่เท่าเม็ดถั่วเหลืองไว้ 8 องค์ และปู่ด้วงไว้ตรงกลาง เป็น 9องค์ พอดี ก็บูชากราบไหว้มาจนทุกวันนี้

ตอนหลังมารูจักคนมาเข้า ๆ เขารู้ว่าจะสร้างพระถวายหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ เขาก็ช่วยสละผงที่เก็บรักษามาร่วมทำบุญ ก็คัดแล้วเลือกแล้ว ดูหน้าคนให้แล้วถึงเอามาผสม และอธฐานว่าครูบาอาจารย์อยากให้เอาอะไรผสม ก็ให้ดลใจให้ไปเอา ก็ได้แต๊และมีที่มาที่ไปแน่นอนทั้งสิ้น อย่างปูนดินใต้ฐานชุกชีหลวงพ่อพระพุทธนิมิตฯ 

คนสร้างภูมิใจเป็นนักหนาที่ได้เอามาสร้างพระถวายหลวงปู่ เพราะเป็นพระพุทธรูปที่เครพบูชามาตั้งแต่เด็ก ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยไปกราบไหว้เพราะอยู่คนละภาค คนละจังหวัด ก็ได้แต่ตัดรูปท่านจากหนังสือไว้บูชา และบูชามาจนถึงทุกวันนี้เป็น 10 กว่าาปีแล้ว

 

และดินใต้ฐานนั้นคืออุปมาได้กับพระแม่ธรณีย์ ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาของหลวงปู่ ฯ ท่านด้วย อย่างว่าน 32 ชนิด ทำไมต้อง 32 ชนิด ทำไมไม่ 108 ชนิด คนสร้างเขาคิดว่าเอาว่านที่มีอานุภาพจริง ๆ แค่ 32 อย่างก็พอ เหมือนเราทานไข่เจียว ก็ให้มันมีรสชาติ เค็มนิด หวานประแล่ม ๆ ก็อร่อย แต่ถ้าเอารสชาติ ที่มีอยู่ทั้งหมดมาใส่รวมกันลงไป ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม มัน หวาน ขม ฝาดฯ ก็คงจะรสชาติพิลึก

 

ว่านนี้ก็ได้จากพี่ชาติเจ้าของร้านว่านที่จุตจักร์(รองแชมป์แฟนพันธุ์แท้เรื่องว่าน) ให้มา 1 กระสอบ เพราะว่านนี้ถึงเวลาต้องกู้ขึ้นมา เฉพาะหัวว่านดอดทอง แท้ ๆ ให้มาประมาณ 1 ขัน (ดอกว่านพี่แกก็มีขายครับ 6 ปีที่แล้วดอกละ 300 บาท เดี๋ยวนี้เท่าไหร่ไม่ทราบ) เกราะเพชรไพฑูรณ์ (คงกระพัน)ที่พี่ชาติบอกว่าหายากนักหนา ก็ให้มาอีก1ขัน พระตะบะ ถอนโมกขศักดิ์ (กันคุณไสย) นี่คือความศัทธาที่คนเขามีให้หลวงปู่ฯ ท่านครับ

 

มีวันนึงในระหว่างที่ไปพักที่สุสานทุ่งมน สำนักของหลวงปู่ฯท่าน ท่านก็บอกว่า เดี๋ยวไปเอาเหล็กโคกยายเหลืองมาไว้ทำพระก็ยังไม่ทราบ ว่ามันคืออะไร อยู่ที่ไหน ก็มาคุยกับโป๋ย หลานหลวงปู่ฯ โป๋ยก็บอกว่าโอ้ยพี่ที่นั่นมันแรง คนจูงควายเดินผ่าน พอควายผ่านโคกมันหยุดเดิน เจ้าของมันตีควายด่าควาย ปากก็เบี้ยว แขนขาก็บิดหมด เดี๋ยวนั้นเลยพี่ คนไปทำนามาใกล้ๆโคก ด่าลูกก็ปากเบี้ยว ต้องเอาดอกไม้ ธูป เทียน ไปขอขมาถึงหาย 

เขากลัวกันทั้งนั้น เราก็แกว่า หลวงปู่ฯท่านสั่งให้เราไปเอามาทำพระ โป๋ยแกก็ว่าหลวงปู่ท่านจะลองพี่แล้วว่าพี่เจตนาบริสุทธิ์จริงหรืเปล่า เราก็ อืม......หลวงปู่สั่ง อย่าว่าแค่นี้เลยต่อให้ยิ่งกว่านี้ก็จะไปเอามาถวายให้ 

 

โป๋ยแกก็ว่างั้นผมไปด้วย ก็เลยชวนพวกลูกศิษ์หลวงปู่ฯรุ่น เล็กที่นอนเฝ้าท่านด้วยกัน ไปด้วยกันอีก 2 คน พากันไปเก็บพอไปถึงโคกบอกกล่าวแล้วก็เก็บ ๆๆๆๆ มีอยู่ชิ้นหนึ่งเป็นแผ่นเหล็กมันวาวใหญ่ขนาด 2 ฝ่ามือสวยงามมาก โป๊ยแกเก็บได้ก้พาใส่ย่ามมาได้สัก 5 กระป๋องสังฆทาน ก็กลับ มาถึงสุสานก็เอามาเท ๆ ออกกองรวมกัน

 

โป๋ยแกก็ว่าเอ ชิ้นสวย ๆ ที่ผมเก็บได้ไปไหนล่ะ หากันไงก็ไม่เจอ ไม่มีใครเอาไปทางไหนแน่เพราะแกถือใสย่ามแกมาคนเดียว ตอนเทก็เห็นกันอยู่ สรุปว่าหาไม่เจอ หาย.. พอชาวบ้านเขามาเห็นเขาก็ว่าเหล็กอย่างนี้ที่ป่านู้นก็มี โป๊ยก็บอกว่า นี่เห็ลกโคกยายเหลือง ลุงคนนั้นก็ร้อง โอ้...แล้วยกมือไหว้ทันที ชาวบ้านเขาฮือฮากันใหญ่

 

ก็เอาไปถวายให้หลวงปู่ฯ เสกตามระเบียบ วันรุ่งขึ้นเราก็ไปที่โคกอีก เพราะเมื่อวานของหลวงปู่ฯ ท่าน แต่วันนี้เราจะไปเอาของเราเอง ก็ไป ไปถึงก็บอกเจ้าที่ว่าขอแค่ชิ้นเดียวขอสวย ๆ ก็ไปเก็บ วันนี้เจอชิ้นที่สวย ๆ เหมือนคนมาแกะเกลาไว้สวย ๆ ตั้งหลายชิ้นก็เกิดโลภ จะเอาหมด (สัก6-7 ชิ้น) พอจะก้าวออกจากโคก หูมันเกิดดับไม่ได้ยินเสียงอะไรขึ้นมา เราก็ นะ...ตูโดนละ

 

และก็ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ว่าฝูงวัวแถวนั้นมันตื่น มันพากันร้อง เราก็ตัดใจเราคงเอาเหล็กชุดนี้ออกไปหมดในวันนี้ไม่ได้แน่ เพราะขอแค่ชิ้นเดียว ก็เลยเอาไปซ่อนไว้ที่โพรงต้นไม้ตรงกลางโคก บอกฝากเจ้าที่พรุ่งนี้จะมาเอา แต่วันนี้เอาไปแค่อันเดียวก่อน หูก็ได้ยินเสียงชัดเจนดังเดินทันที เราก็เอาเหล็กชิ้นนั้นมาให้หลวงปู่ฯ ท่านดู ท่านเห็น ท่านก็ว่า อันนี้ขลัง ม๊าก มาก

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร    
การส่งสินค้า (Shipping information)
  การจัดส่งในประเทศไทยด้วยการส่งEMS (ฟรี) ทั่วประเทศระยะเวลาจัดส่งสินค้าถึงมือท่านนับแต่แจ้งชำระเงินโดยประมาณ ในกรุงเทพ 1-2 วันทำการ ต่างจังหวัด 3 วันทำการ การจัดส่งในต่างประเทศ ด้วยพัสดุลงทะเบียน 450บาท ส่งด่วนพิเศษต่างประเทศ (EMS) เป็นไปตามอัตราค่าจัดส่งในประเทศนั้นๆ)
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
love-amulets
วัดตะกล่ำ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
เวลาให้บริการ (Business Hour)
รับการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมงทางemail shop_miracle@hotmail.com โทรสอบถาม 02-9435271 มือถือ  089-4551470  /  086-0521116 / 081-3259518 ได้ในเวลา จันทร์-อาทิตย์  ช่วงเวลา 7.00 - 20.00 น ตอบอีเมล์ทุกๆ วันภายใน 24 ชั่วโมง
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ทางเว็บไซต์ยึดถือปฏิบัติ ตามนโยบายรักษาความลับส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดในการรับข้อมูลส่วนตัวของท่าน ผ่านทางเว็ปไซต์

สินค้า/บริการ แนะนํา...
รูปเหมือน หลวงปู่หงษ์ รุ่นนั่งรวย เนื้อสำริดโบราณ อุดปัฐวีธาตุ ขนาด 1.5 ซม
บูชาแล้ว
ปู่ฤาษีนารายณ์ เนื้อนวฤทธิ์ ก้นอุดผง พรหมปัญโญ รุ่นนั่งรวย
บูููชาแล้ว
 
เพิ่มเพื่อน


© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.